(1) คำนวณค่าคะแนนของ GPAX
1.นำคะแนน GPAX ของนักเรียนที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกทุกคน ไปคำนวณหาค่าเฉลี่ย และหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(ทบวงฯเป็นผู้ดำเนินการ ได้เป็น ค่าเฉลี่ย และ SD)
2. แปลงค่า GPAX ของนักเรียนแต่ละคนเป็นคะแนน Z โดยใช้สูตร Z = (X - ค่าเฉลี่ย) / SD เมื่อ X คือค่า GPAX ของนักเรียนแต่ละคน
3. นำคะแนน Z ที่ได้ไปหาค่า Probability โดยการเปิดตาราง Standard Normal probability Distribution จะได้ค่าคะแนนของ GPAX
ในสเกลของเส้นโค้งปกติมาตรฐาน
4.คำนวณหาค่าคะแนนร้อยละ 5 ของ GPAX เนื่องจากแต่ละคณะ / ประเภทวิชากำหนดให้สอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะแตกต่างกัน เช่น 700 600 500
และ 400 เป็นต้น ในการตัดสินผลการคัดเลือกกำหนดค่าน้ำหนัก GPAX เป็นร้อยละ 5 และวิชาหลักกับวิชาเฉพาะเป็นร้อยละ 90
จึงต้องคำนวณหาคะแนนร้อยละ 5 ของคะแนนทั้งหมดที่นำมาใช้ ตัดสินการคัดเลือกของแต่ละคณะ/ประเภทวิชา วิธีคำนวณหาคะแนนร้อยละของคะแนน ทั้งหมดที่นำมาใช้ตัดสินการคัดเลือกของแต่ละคณะ/ประเภทวิชา จึงต้องทำการคำนวณจากเกณฑ์ที่กำหนดค่าน้ำหนักวิชาหลักและวิชาเฉพาะเท่ากับร้อยละ 90 และคำนวณหา ร้อยละ 5 ของคะแนนวิชาหลักและวิชาเฉพาะเท่ากับเท่าไร ซึ่งจะเป็นค่าคะแนนเต็มของ GPAX และ Percentile Rank
เช่น ในกรณีที่คณะ/ประเภทวิชา ที่กำหนดให้สอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ รวมคะแนนเต็ม 600 คะแนน ซึ่งเท่ากับร้อยละ 90 และสามารถคำนวณหาค่าคะแนนของ GPAX ซึ่งเท่ากับร้อยละ 5 ได้ดังนี้
ร้อยละ 90 = 600 คะแนน
ร้อยละ 5 = 600*5/90 = 33.3333 คะแนน
ดังนั้น คะแนนเต็มในส่วนของ GPAX จึงเท่ากับ 33.33 คะแนน ซึ่งหมายความว่านักเรียนที่ได้ GPAX =4.00 คิดเป็นค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ 33.33 คะแนน เมื่อนำคะแนนเต็มในส่วน GPAX (33.33) ไปคูณค่า GPAX ของนักเรียน แต่ละคนที่แปลงค่าโดยวิธีการทางสถิติ (ค่า Probability)แล้ว ก็จะได้ค่าน้ำหนักคะแนนของ GPAX ของนักเรียนแต่ละคน เพื่อนำไปรวมกับคะแนนวิชาหลักและหรือวิชาเฉพาะ ที่นักเรียนสอบได้และค่าคะแนน Percentile Rank เพื่อตัดสินผล การคัดเลือกต่อไป
ตัวอย่างเช่น
นาย ก. มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) =3.30 สมัครเข้าทำการศึกษาใน คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งกำหนดให้สอบเฉพาะวิชาหลัก 6 วิชา คะแนนเต็ม 600 คะแนน สามารถคำนวณ หาค่าคะแนนGPAX ของนาย ก. ได้ดังนี้
ค่า Probability ของ GPAX ของนาย ก. = 0.9778
(หมายเหตุว่าค่านี้ต้องคิดจากผู้สมัครทั้งหมด)
ค่าคะแนนเต็มของ GPAX = 33.33
ค่าคะแนน GPAX ของนาย ก. = .9778*33.33 = 32.59
(2) คำนวณค่าคะแนนของเปอร์เซ็นไทล์
1. กำหนดช่วงค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์เป็น 20 ช่วง
2. เนื่องจากค่าน้ำหนักคะแนนของค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์คิดเป็นร้อยละ 5 เท่ากับค่าน้ำหนัก คะแนนของ GPAX ดังนั้น ค่าคะแนนเต็มของเปอร์เซ็นต์ไทล์จะเท่ากับค่าคะแนนเต็มของ GPAX เช่น คณะ/ประเภทวิชาที่มีการสอบวิชาหลักและหรือวิชาเฉพาะ 6 วิชา มีคะแนนเต็ม 600 คะแนน ค่าคะแนนเต็มของเปอร์เซ็นต์ไทล์จะเท่ากับ 33.33 เท่ากับค่าคะแนนเต็มของ GPAX ดังกล่าวมาแล้ว
3. กำหนดคะแนนตามช่วงเปอร์เซ็นต์ไทล์ ซึ่งแบ่งเป็น 20 ช่วง เมื่อคะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 33.33 คะแนน แบ่งคะแนน เป็น 20 ช่วง ดังนั้นค่าคะแนนของค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์แต่ละช่วง จึงเท่ากับ 1.6665
4. ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ของนักเรียนอยู่ในช่วงใด คะแนนที่ได้ = อันดับช่วง* 1.6665 คะแนน เช่นนักเรียนที่มีค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์อยู่ที่ช่วงที่ 10 จะคิดเป็นคะแนน 1.6665*10 = 16.665 คะแนน
(3) คิดคะแนนรวมเพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์
การพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะพิจารณาตามเกณฑ์ที่ แต่ละคณะ/ประเภทวิชากำหนด ตัวอย่างเช่นคณะวณศาสตร์ กำหนดให้สอบเฉพาะวิชาหลัก 6 วิชา คะแนนรวม 600 คะแนน นาย ก. มีคะแนนเฉลี่ยสะสม 3.30 มีค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ 91.51 และสอบ วิชาหลักได้คะแนนรวม 262 คะแนนสามารถคิดคะแนนรวมของนาย ก. ได้ดังนี้
คะแนนรวม = ค่าคะแนน GPAX + ค่าคะแนนเปอร์เซ็นต์ไทล์ + คะแนนสอบ
= 32.59 + 31.67 + 262
= 326.26
วิธีการเลือกคณะ
การเลือกคณะจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเอง และการจะติดหรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับ หลายปัจจัยโดยเฉพาะปัจจัยที่ว่าคณะที่เลือกนั้นมีผู้อื่นเลือกเข้ามามากเท่าไร และคน เหล่านั้นมีคะแนนสูงกว่าเราเท่าไร ค่าสถิติต่าง ๆ ที่ทบวงมหาวิทยาลัยทำการเผยแพร่ไปนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาเท่านั้น สำหรับค่า GPAX และ PR นั้น จะขึ้นกับคณะที่เราเลือกซึ่งจะแปรไปตามจำนวนวิชาหลักประกอบกับค่า GPAX ขณะนี้ยังไม่ สามารถทำการคิดได้เลย แต่สามารถจะประมาณการได้เท่านั้น เพราะต้องรอจำนวนผู้สมัคร ทั้งหมดก่อนจึงจะสามารถหาค่าดังกล่าว